แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กรุงเทพธุรกิจ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กรุงเทพธุรกิจ แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2552

เพลงพระราชนิพนธ์...ฉบับภาษาฝรั่งเศส

เพลงพระราชนิพนธ์...ฉบับภาษาฝรั่งเศส
Source - เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ (Th)
Friday, March 13, 2009 07:4656170 XTHAI XGEN XETHIC XENT IKEY V%NETNEWS P%WKT
ดุลยปวีณ กรณฑ์แสง
จากบทเพลงพระราชนิพนธ์ เมื่อโสมส่อง สู่ Serment au Clair de Lune นำมาขับร้องด้วยภาษาฝรั่งเศส ในค่ำคืนของงานเลี้ยงสังสรรค์ประจำปีสมาคมนักเรียนเก่าฝรั่งเศสในประเทศไทย ที่โรงแรมแกรนด์ไฮแอท เอราวัณ เมื่อไม่นานมานี้ ในคอนเซปต์งานราตรีในชื่อ โสมส่องแสง เพื่อให้สมกับงานรวมพบอดีตนักเรียนฝรั่งเศส ปีนี้ ซึ่งถือเป็นการเปิดตัวครั้งแรกของบทเพลงพระราชนิพนธ์ฉบับภาษาฝรั่งเศส โดย เปรมิกา สุจริตกุล เลขาธิการสมาคมนักเรียนเก่าฝรั่งเศส เป็นผู้ถ่ายทอดเรียบเรียง เบื้องหลัง กว่าจะถ่ายทอดออกมาได้ครบทั้งสิ้น 27 บทเพลงพระราชนิพนธ์ในภาคภาษาฝรั่งเศส อาทิเช่น เพลง Cocorico!/ใกล้รุ่ง Crpuscuie d'Amour/ยามเย็น Plus Belle la Lune/แสงเดือน Soleil d'Maour/ดวงใจกับความรัก ฯลฯ สาวผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาฝรั่งเศสต้องคิดค้นวิธีแปลและเรียบเรียงเนื้อร้องไทยเป็นฝรั่งเศสอยู่นานพักใหญ่ ด้วยการทำความเข้าใจเนื้อเพลงภาษาไทยอย่างลึกซึ้ง แล้วหลับตาฟังดนตรี ถอดใจใช้จินตนาการสร้างสรรค์เป็นคำพูด... จากคำพูดเป็นคำร้อง ทีละเพลง...ละเพลง นอกจากบทเพลงพระราชนิพนธ์ภาคภาษาฝรั่งเศส ที่ขับกล่อม ในงานค่ำคืนนั้นยังมีนักร้องกิตติมศักดิ์ อดีตนักเรียนฝรั่งเศสเสียงดี มาร่วมสร้างความบันเทิงใจกันเช่นเคย อาทิเช่น โภคิน พลกุล นายกสมาคมนักเรียนเก่าฝรั่งเศสคนปัจจุบัน ที่ขึ้นมาโชว์เสียงนุ่มๆ ในเพลง Moonlight swing ท่ามกลางแขกในงาน ที่มาพร้อมหน้าพร้อมตา ทั้งโลรองต์ บิลลี่ เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทยคนปัจจุบันที่พูดไทยได้คล่อง ดร.ศรีภูมิ สุขเนตร ผู้ก่อตั้งสมาคมนักเรียนเก่าฝรั่งเศส ที่มาพร้อมภรรยา-ม.ร.ว.วรรณาภรณ์ และ ลูกชาย ศิรเวท ศุขเนตร, ดร.ชิงชัย หาญเจนลักษณ์, ดร.โคทม อารียา, สมเถา สุจริตกุล, วรัดดา รัตนิน, ชาลี อมาตยกุล, อติญาณี มัธยมจันทร์ และตรูใจ สดสุ่น ฯลฯ
บรรยายใต้ภาพ โภคิน พลกุล วรัดดา รัตนิน, ศิรเวท ศุขเนตร วรัดดา รัตนิน, ชิงชัย หาญเจนลักษณ์ และเปรมิกา สุจริตกุล ภารณี จิตรกร ธาริณี บูรณะพิมพ์ อติญาณี มัธยมจันทร์ เปรมิกา สุจริตกุล--จบ--
ที่มา: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

วันจันทร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2552

วงดนตรีพันล้าน

วงดนตรีพันล้าน
Source - เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ (Th)
Friday, February 27, 2009 08:1526736 XTHAI XGEN XETHIC XENT IKEY V%NETNEWS P%WKT
ดุลยปวีณ กรณฑ์แสง
"ห้ามพูดเรื่องงาน ! ในนี้ มีแค่ดนตรี" เสียงตะโกนล้อ ดังขึ้นจากอีกมุมหนึ่งของห้องซ้อมดนตรี "ปราชญ์มิวสิค" ย่านอาร์ซีเอ เมื่อ "มือเบส" ของวง BTS ต้น-นิพิฐ อรุณวงษ์ ณ อยุธยา เพิ่งจะฝ่าดงรถติด ในสภาพเหนื่อยซ่ก กรรมการผู้จัดการบริษัท นวนคร จำกัด (มหาชน) โอดครวญว่า ที่มาถึงทีหลัง เพราะ "วันนี้ต้องรีบปิดงบฯ บริษัท ส่งให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยุ่งทั้งวัน" ต่างคนในวง ต่างเข้าใจหัวอก "เดียวกัน" เพราะชีวิตประจำวันของนักดนตรีวงนี้ เป็นซีอีโอ ที่งานยุ่ง นั่งหัวโต๊ะบริหารธุรกิจที่มีขนาดรายได้ ตั้งแต่หลายร้อยล้าน ไปจนถึงหลักพันล้านบาท นอกจากผู้บริหารนิคมอุตสาหกรรมนวนครอย่าง ต้น-นิพิฐ ยังมีตำแหน่ง มือกีตาร์ บอย-อนุรุธ ว่องวานิช ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อังกฤษตรางู (แอล-พี) จำกัด. สาน-ประสาน อัครพงศ์พิศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โลหะกิจเม็ททอล จำกัด (มหาชน) เจ้าของธุรกิจสเตนเลส หุ้น LHK ในตลาดหลักทรัพย์ฯ พ่วงด้วยสมาชิก "มือคีย์บอร์ด" ของวง หมอท็อป-น.พ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ที่วันนั้นยังติดประชุมอยู่ที่ทำเนียบปลีกตัวมาซ้อมไม่ได้ ถึงจะแบกรับความรับผิดชอบบนบ่ากันมากมายขนาดไหน แต่ถ้าใครได้เห็นสีหน้าของพวกเขา ทันทีที่เสียงเพลงดังขึ้น และทุกคนเฮ้วสนุกสุดเหวี่ยงไปกับเครื่องดนตรีคู่ใจ พลอยสัมผัสได้ถึงความสุข และรอยยิ้มที่เกิดขึ้นในห้องซ้อมดนตรีสี่เหลี่ยมเล็กๆ ทุกๆ บ่ายวันเสาร์ ที่สมาชิกในวงจะขอไฟเขียวจากภรรยา และลูกๆ มาเล่นดนตรีด้วยกัน เป็นอย่างนี้ติดต่อกัน 4 ปี มาแล้ว และยิ่งซ้อมหนักเป็นพิเศษ เพื่อเตรียมขึ้นเวทีใหญ่ เป็น "วงน้องใหม่" ในงานเทศกาลดนตรี Emporium Music Festival No.10 ที่มีวงดนตรีคนดัง หลากหลายวงการ หัวใจรักดนตรี มาขึ้นเวทีประชันกัน 3 วันติดต่อกัน สุดสัปดาห์นี้ ที่ศูนย์การค้าเอ็มโพเรี่ยม "เวลาที่ได้เล่นดนตรีด้วยกัน มันมีปีติจริงๆ มีความสุข เหมือนโลกทั้งโลกเป็นของเรา เหมือนคนชอบร้องเพลง เพื่อนจะสะกิดยังไงก็ไม่ยอมลง" ประสาน อัครพงศ์พิศักดิ์ เริ่มต้นคุยอย่างเฮฮา บอย-อนุรุธ ว่องวานิช อยู่ข้างๆ ส่งเสียง "ใช่ๆๆ" ประกอบ ก่อนจะเสริมว่า "คนเราพออายุมากขึ้น ความรับผิดชอบก็มากขึ้น บางครั้งช่วงเวลาสนุกในชีวิตจะหายไป แต่ความเครียดจะมีอยู่ตลอด เวลาที่ได้เล่นเพลงที่เราชอบ มันเหมือนกับได้ระบาย" ไม่อย่างนั้น กีตาร์สารพัดรุ่นคุณภาพเสียงชั้นเยี่ยม ที่แต่ละคนอุตส่าห์ซื้อหามาสะสมไว้นับสิบตัว กีตาร์บางตัวลงทุนหิ้วมาจากเมืองนอก คงได้แต่นอนนิ่งๆ เหงาๆ อยู่ที่บ้าน "ชีวิตนักธุรกิจงานยุ่ง ไม่ค่อยมีเวลา แต่ถ้าปลีกตัวมาเล่นดนตรีได้ นั่นก็คือแบ่งเวลาได้ บริหารชีวิตเป็น...เป็นวิธีที่เราจะชนะตัวเอง" ประสาน ให้แง่คิด ดูจากภาพลักษณ์ผู้บริหารเต็มตัว ของสมาชิกแต่ละคนในวง BTS (ย่อมาจากชื่อเล่น บอย-ต้น-สาน) ตี๋ๆ ใส่แว่นตา ดูเรียบร้อย ท่าทางเอาจริงเอาจัง ยิ่งภาพที่ใครๆ มอง บอย อนุรุธ ในตำแหน่งนายกสมาคมยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทยด้วยแล้ว แทบคาดไม่ถึงว่าวง BTS ของพวกเขา จะเล่นเพลงแนวร็อค และไม่ใช่ร็อคธรรมดา แต่เป็น Heavy Metal Rock !!! เสียด้วย "อย่าดูกันที่ภายนอก ว่าชอบร็อคต้องออกแนวฮาร์เล่ย์ ฮิปปี้ เป็นนักธุรกิจอย่างพวกผม ชอบร็อคกันก็เยอะ เพียงแต่เราไม่ได้แสดงออกในแนวนั้น แต่ถ้าเพลงดังขึ้นเมื่อไหร่ ลุกขึ้นนั่นแหละ" ถึงตรงนี้ ประสาน ปล่อยมุกฮาลั่น จริงๆ มีเสื้อหนัง กับโซ่ เหมือนกัน แต่ไม่กล้าโชว์ เป็นอีกมุมความสุขที่ซุกซ่อน เพราะยังอินสุดๆ กับอารมณ์เพลงในยุค 70 ย้อนอดีตไปเมื่อ 30 ปีโน้น สมัย บอย ยังนุ่งยีนส์สุดเก๋า สะพายกีตาร์ สนุกสุดเหวี่ยงอยู่ในวงร็อคแอนด์โรค ที่ไฮสคูลในฮาวาย ส่วนประสาน เฮ้วกับเพื่อนในวง ที่โรงเรียนเซเว่นเดย์ บ่ายสามโมง ต้องมีปาร์ตี้ Tea Dance จ่ายค่าบัตร 60 บาท เต้นกันมันระเบิด ส่วน ต้น-นิพิฐ ถึงจะรุ่นถัดลงมาหน่อย แต่เพราะเล่นดนตรีได้หลากหลายแนว ตั้งแต่เรียน ร.ร.สาธิตฯ และคณะสถาปัตย์จุฬาฯ พอทั้ง 3 คน บอย ต้น สาน คอดนตรีแนวเดียวกัน มาโคจรเจอกันในสมาคม YPO (Young Presidents Organization) ประเทศไทย แหล่งชุมนุมนักธุรกิจรุ่นใหม่ นับแต่นั้นทั้งสามคน เลย "นับญาติ" เป็นเพื่อนซี้ ชวนกันตั้งวง BTS ซึ่งไม่ใช่แค่มาซ้อมกันทุกสัปดาห์ แต่เอาจริงเอาจัง ถึงขึ้นเปิดคอนเสิร์ตกันมาแล้ว 3 ครั้ง เริ่มจากปาร์ตี้เล็กๆ งานวันเกิด อีกครั้งหนึ่งเป็นคอนเสิร์ตการกุศล ระดมเงินจากเพื่อนฝูงญาติมิตร 5 แสนบาท ไปช่วยสร้างโรงเรียนเด็กกำพร้าที่ภาคใต้ ครั้งล่าสุด ปีที่แล้ว เพิ่งปิดโรงแรมสยาม @ สยาม โชว์ในงานสังสรรค์สมาชิกนักธุรกิจใน YPO หาเงินช่วยเหลือผู้ป่วยวัดพระพุทธบาทน้ำพุ "ถ้าซ้อมกันเล่นๆ อย่างเดียว ก็คงไปได้ไม่ถึงไหน แต่การมีคอนเสิร์ต ทำให้มีแรงผลักดันว่าจะต้องเล่นให้ได้ดีที่สุด เราพยายามเล่นดนตรีให้มีความสุขที่สุด และทำอะไรเพื่อสังคมด้วย" ประสาน เล่า ประสบการณ์ที่มากขึ้น ทำให้เริ่มจูนเพลงที่เล่นโชว์ เพื่อให้คนฟังได้มีความสุขกับเสียงเพลงด้วย "เพลงแนวนี้ มันต้องคนชอบจริงๆ นะ ถึงจะฟังได้ ไม่งั้นหนวกหู ทนไม่ไหวเดินหนีเลย แต่ขึ้นเวทีที่เอ็มโพเรี่ยม เกรงใจกระจกหลายบานในนั้น เลยปรับแนวเพลงเป็นแนวป๊อป น่ารักๆ ฟังสบาย" ประสาน หยอกว่า เอาเป็นว่า ผู้ใหญ่อย่างคุณพ่อของต้น (ดร.กฤษฎา อรุณวงษ์ ณ อยุธยา) ฟังแล้วไม่ลุกหนีกลับบ้าน ลูกค้าที่มาเดินในเอ็มโพเรี่ยม ไม่เดินหนีหาย เพราะงานนี้ศิลปินทั้งวง ทุ่มเทและตั้งใจจริงๆ อยากขึ้นเวทีมอบความสุขให้กับทุกๆ คน ร่วมสนุกสนานกับเสียงดนตรีของพวกเขา และยังมีเสียงร้องเพราะๆ ของ ปริญญา ธรรมวัฒนะ ที่จะมาโชว์ลีลาเป็นนักร้องรับเชิญ กันได้ในงานเทศกาลดนตรี Emporium Music Festival No.10 ที่ศูนย์การค้าเอ็มโพเรี่ยม หกโมงเย็น วันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ นี้
บรรยายใต้ภาพ 4 นักดนตรีหลักๆ ของวง มีโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ด้วย ความสุขที่ไม่ขึ้นกับ "ตัวเลขทางการเงิน" ของ สมาชิกวง BTS บอย-อนุรุธ ว่องวานิช, ประสาน อัครพงศ์พิศักดิ์ และ นิพิฐ อรุณวงษ์ ณ อยุธยา--จบ--
ที่มา: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

ฉลอง 40 ปี โครงการหลวง

ฉลอง 40 ปี โครงการหลวง
Source - เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ (Th)
Tuesday, February 24, 2009 06:2932716 XTHAI XGEN XETHIC XENT IKEY V%NETNEWS P%WKT
ดุลยปวีณ กรณฑ์แสง
สัมผัสบรรยากาศกาดดอย และผลิตผลจากสถานีเกษตรโครงการหลวง มาไว้ที่กลางกรุงอย่างตระการตา ในงาน "40 ปี โครงการหลวง 4 ทศวรรษ ช่วยชาวเขา ช่วยชาวเรา ช่วยชาวโลก" เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติฉลองครบรอบ 40 ปีโครงการหลวงซึ่งเริ่มดำเนินโครงการมาตั้งแต่ปี 2512 โอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จเป็นองค์ประธานเปิดงานพร้อมทอดพระเนตรภายในงาน ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน ซึ่งมีทั้งนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว การจัดจำหน่ายสินค้าและผลิตผลของโครงการหลวง เมื่อวันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา งานนี้ ยังมีไฮไลท์ในค่ำคืนจัดงานวันแรก ที่ลักขณา นะวิโรจน์ ผู้บริหารสยามพารากอน หัวเรือใหญ่ของงาน ขอจำลองบรรยากาศ "กาดดอย" สไตล์ล้านนามาไว้ในงาน "กาดดอย กาล่า ไนท์" เชิญแขกผู้มีเกียรติจากหลายแวดวง มาร่วมลิ้มรส การันตีความสดอร่อยของสุดยอดเมนูอาหารจาก 38 ดอยในโครงการหลวง อาทิ เห็ดน้ำแดงจากโครงการหลวงม่อนเงาะ ยำใบเมี่ยง จากโครงการหลวงตีนตกฯลฯ โดยเฉพาะเมนูยอดนิยม อย่างเมี่ยงปลาเทราท์ จากดอยอินทนนท์ ที่หอมกรุ่น กลิ่นปลาเทราท์รมควัน แกล้มผักสดๆ และน้ำจิ้มรสเด็ด บรรยากาศคึกคักสมกับกาดดอยจำลอง เพราะแขกในงานเดินสวนสนาม เลือกชิมอาหารที่มาออกร้านกันอย่างเพลิดเพลิน เจริญอาหารกันยกใหญ่ ส่วนแขกวีไอพี ที่เป็นผู้สนับสนุนรายใหญ่ อย่างกลุ่มไทยเบฟเวอเรจ ประพิมพร สิริวัฒนภักดี หลังบ้านคนสวย ออกงานเดี่ยวแทนสามี ฐาปน สิริวัฒนภักดี งานนี้สะใภ้เบียร์ช้าง เอนจอยเมนูเห็ดทุกชนิดบนโต๊ะ ดูจะถูกใจเป็นพิเศษ กับอาหารที่เสิร์ฟเรียบง่ายในกระทงใบตองแห้ง ช่วยลดโลกร้อน ส่วนหนุ่ม ป้อง-สาระ ล่ำซำ จาก "เมืองไทยประกันชีวิต" มาเดี่ยวเหมือนกัน แต่ที่ชอบเป็นพิเศษ คือ เมนูไข่เจียวทอดเครื่องกระเทียมญี่ปุ่น จะอร่อยถูกปาก ถูกใจกันแค่ไหน หาโอกาสไปลิ้มลอง และเดินเที่ยวชมกันได้ งาน 40 ปีโครงการหลวง จัดที่ศูนย์การค้าสยามพาราถึงวันที่ 1 มีนาคม นี้
บรรยายใต้ภาพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทอดพระเนตรภายในงาน ม.ร.ว.ดัจฉราพิมล ตุงคนาค, ท่านผู้หญิงดัชรีรัช รัชนี และม.จ.ภีศเดช รัชนี สาระ ล่ำซำ ในงาน "กาดดอย กาล่า ไนท์"--จบ--
ที่มา: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

สัมผัสมนต์ขลังแห่ง "กุ้ยหลิน"

คอลัมน์: TravelFocus: สัมผัสมนต์ขลังแห่ง "กุ้ยหลิน"Source - เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ (Th)
Saturday, February 21, 2009 13:1946658 XTHAI XGEN XETHIC XENT IKEY V%NETNEWS P%WKT
ดุลยปวีณ กรณ์แสง
ปีแล้วปีเล่าที่ภาพเงาสะท้อนของขุนเขาบนสายน้ำ งดงามราวกับภาพวาดในจินตนาการ เป็นมโนภาพที่ผุดพรายขึ้นมาในใจชาวเราและชาวโลก เมื่อเอ่ยถึง "กุ้ยหลิน" แต่แทนที่จะเบื่อ ภาพธรรมชาติที่ตระการตาเหล่านี้ กลับเป็นเสน่ห์ที่คงมนต์ขลังไม่เสื่อมคลาย แถมยิ่งเย้ายวน ให้ผู้คนทั่วโลกอยากไปเยือนสถานที่จริงให้เห็นกับตาดูสักครั้งในยุคที่อะไรๆ บนโลกใบนี้ดูเหมือนจะหมุนเร็วขึ้น ในวันพักผ่อนที่ใครหลายคนอยากเลือกหมุนชีวิตให้ช้าลงเปลี่ยนบรรยากาศมาสูดอากาศดีๆ ที่กุ้ยหลิน นั่งล่องเรือ ปล่อยใจ ชมความงามของลำน้ำหลีเจียง ที่ไหลเอื่อยๆ ลัดเลาะไปตามขุนเขาใหญ่น้อย สารพัดรูปร่าง ชวนให้สนุกกับการจินตนาการไปตามคำชี้ชวนของไกด์นำเที่ยวท้องถิ่นเมื่อเรือแล่นผ่านภูเขารูปร่างแปลกๆ ไม่ว่าจะเป็น ผาม้า 9 ตัว, เขาแอปเปิล, เขาหอยทาก, ถ้ำมงกุฏ และอื่นๆ อีกมากมาย สุดแต่จะจินตนาการ เรือท่องเที่ยวจะล่องมาขึ้นบกที่หยางชั่ว เป็นเมืองเล็กๆ น่ารัก ริมแม่น้ำหลีเจียง เหมาะกับการขี่จักรยานเที่ยวชมวิถีชีวิต ผู้คน ตลาด ร้านค้า ที่คึกคักด้วยนักท่องเที่ยว ย่ำค่ำตะวันตกดิน ที่นี่ยังมีโชว์แสงสีเสียงสุดตระการตาบนแม่น้ำที่ จางอี้โหมว ผู้กำกับหนังชื่อดัง มาเสกภูเขาให้เป็นเงินที่นี่โดยใช้ทิวทัศน์ธรรมชาติ ที่ยิ่งใหญ่บนผืนน้ำพร้อมฉากหลังของขุนเขา ให้กลายเป็นโรงละครธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลก ในโชว์ชุดที่ชื่อ The Impression of Liu Sanjie ตำนานแม่เพลงพื้นบ้านชาวจ้วง "หลิวซานเจี่ย" ไม่ไกลจากหมู่บ้านหยางชั่วยังมีแหล่งท่องเที่ยว Unseen เพิ่งเปิดใหม่ อย่างเช่น ถ้ำดอกบัวให้ได้ตะลึงกับความงดงามจากปรากฏการณ์ธรรมชาติของหินงอกหินย้อย ที่เกิดเป็นประติมากรรมธรรมชาติ คล้ายดอกบัวบานสะพรั่งเรียงรายกันอยู่บนธารน้ำในโพรงถ้ำมากถึง 108 ดอก นอกจากเป็นเมืองแห่งขุนเขา และสายน้ำแล้ว กุ้ยหลินยังมีชื่อเสียงในความมหัศจรรย์ของถ้ำที่แปลกและงดงาม โดยเฉพาะถ้ำขลุ่ยอ้อ ที่ภายในถ้ำเต็มไปด้วยหินงอกหินย้อยที่งดงาม ส่วนที่เที่ยวในตัวเมืองกุ้ยหลิน มีกิจกรรมท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยวได้สนุกกันทั้งกลางวัน และกลางคืน มีทั้งสถานที่ท่องเที่ยวสัญลักษณ์ของเมือง อย่าง เขางวงช้าง ที่แลเห็นภูเขาหินรูปช้างกำลังโน้มงวงกินน้ำอยู่ในแม่น้ำหลีเจียง ที่นี่นักท่องเที่ยวมาโพสต์ท่าถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันคึกคักทุกวัน ในตัวเมืองกุ้ยหลิน ยังมีเยาฝูโลว ที่เรียกกันว่า เป็น "เขาสลายคลื่น" ซึ่งมีทั้งถ้ำคืนไข่มุก ที่เคยเชื่อกันว่าในอดีตมีมังกรอาศัยอยู่ ถัดไปไม่ไกลนักยังมีสวนเจ็ดดาว ที่เป็นสวนสาธารณะที่ใหญ่ที่สุดในกุ้ยกลิน มีทางเดินชมธรรมชาติ สวนสัตว์ หมีแพนด้า และภูเขารูปอูฐ ถ้ายังไม่จุใจ อยากขึ้นกระเช้าลอยฟ้า สูดอากาศและทิวทัศน์ธรรมชาติของเมืองกุ้ยหลิน แบบภาพพาโนรามาในมุมสูง มีจุดชมวิวที่น่าสนใจ บนเขาเหยาซาน มุมสูงที่แลเห็นขุนเขานับร้อยลูกรวมกันเป็นหนึ่ง จนแยกไม่ออกว่า "เมืองอยู่ในเขา" หรือ "ภูเขาอยู่ในเมือง" ก่อนจะเปลี่ยนบรรยากาศยามค่ำคืน มาล่องเรือชมทิวทัศน์บนเส้นทาง 4 ทะเลสาบ 2 แม่น้ำ ใจกลางเมืองกุ้ยหลิน ที่เรือจะเลาะลอดใต้สะพานที่สวยงาม หลากหลายรูปแบบสถาปัตยกรรมทั้งแบบโบราณและร่วมสมัย พถร้อมแสงสีไฟประดับประดาเจดีย์เงิน เจดีย์ทอง ที่สว่างไสวยามค่ำคืน ในอดีตกุ้ยหลินเป็นจุดหมายปลายทางของกวี ศิลปินและจิตรกรชื่อดัง ที่มาค้นหาแรงบันดาลและสร้างสรรค์ผลงานที่นี่ จนกระทั่งถึงกับมีคำกล่าวที่ว่า จิตรกรใดที่ยังไม่เคยมาเมืองกุ้ยหลิน จะไม่สามารถวาดรูปขุนเขาให้สวยงามได้เลย ข้ามผ่านยุคสมัย เสน่ห์ของกุ้ยหลิน ยังตราตรึงผู้คนให้หลั่งไหลเข้ามาสัมผัสคำร่ำลือของสถานที่ท่องเที่ยว ที่ชาวจีนยกย่องให้เป็น "ซื่อไหว้เถาหยวน" หรือ "เมืองสวรรค์บนพิภพ" รวมไปถึงนักท่องเที่ยวชาวไทย ที่หลั่งไหลไปเที่ยวที่นี่ จนเป็นที่คุ้นเคยของพ่อค้าแม่ค้าในย่านชอปปิง โดยมีสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ที่บินตรงสู่กุ้ยหลินสัปดาห์ละ 3 เที่ยวบิน ทุกวันพุธ ศุกร์ และอาทิตย์ สำหรับช่วงนี้ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2552 สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ได้จัดโปรโมชั่นพิเศษสำหรับเส้นทางกรุงเทพ-กุ้ยหลิน เริ่มต้นที่คนละ 8,600 บาท สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 1771 หรือที่ฟ้าไทยฮอลิเดย์ โทร 02-265-5769-74 หรือดูข้อมูลทางเว็บไซด์ที่ www.bangkokair.com--จบ--
ที่มา: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

สวนสะพรั่ง...ใจกลางกรุง

สวนสะพรั่ง...ใจกลางกรุงSource - เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ (Th)
Thursday, February 12, 2009 11:473054 XTHAI XGEN XETHIC XENT IKEY V%NETNEWS P%WKT
ดุลยปวีณ กรณฑ์แสง
ภายใต้พื้นที่เล็กๆ กว้างยาว 4x4 ตารางเมตร หน้าลานเซ็นทรัลเวิลด์ สร้างสรรค์อะไรได้กว่าที่เราคิด ถ้าไม่เชื่อ...ลองไปเดินชมสวนสวยมีดีไซน์ Celebrity Garden ที่แต่ละคนดัง 10 คน 10 สไตล์ หยิบลูกเล่นไอเดีย ความคิดสร้างสรรค์ มาสะท้อนความเป็นตัวตน สร้างสีสันในงาน "TALAs Landscape09@CentralWorld" ที่ห้างใหญ่กลางกรุง เปิดพื้นที่ให้สมาคมภูมิสถาปนิกประเทศไทย เนรมิตลานโล่งๆ ให้เป็นพื้นที่สีเขียวสะพรั่ง ในธีม Urban Park ออกแบบให้เป็นลานคนเมือง และสอดรับกับโอกาสครบรอบ 30 ปีของวิชาชีพภูมิสถาปัตยกรรม งานนี้ นอกจากทำให้คนไทยรู้จักกับงานด้านภูมิสถาปัตย์มากขึ้นแล้ว ผ่านนิทรรศการและบรรยากาศภูมิทัศน์ร่มรื่นที่ออกแบบอย่างมีดีไซน์ ความตั้งใจหนึ่งของคนจัดงาน คือ อยากจุดประกายไอเดียให้คนทั่วไปอยากลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงสิ่งดีๆ ในชีวิต เริ่มจากปรับปรุงสิ่งแวดล้อมใกล้ตัว ในรั้วบ้านจากพื้นที่ที่เคยวางข้าวของรกรุงรัก หันมาแปลงเป็นสวนสวย เพิ่มพื้นที่สีเขียว เช่นเดียวกับบรรดาคนดัง ที่มาร่วมกันออกไอเดียจัดสวนครั้งนี้ อาทิ สวนไอเดียเครื่องเทศและพืชสมุนไพรของ ก้องศักดิ์ยอดมณี, สวนดีไซน์เก๋ "Ramaya" ความรื่นรมย์แห่งชีวิต ของ สุภาพรรณ ทองมาลัย ฯลฯ สวนสวยๆ หน้าลานเซ็นทรัลเวิลด์เหล่านี้ จะจัดแสดงถึงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2552--จบ--
ที่มา: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

ประมูลงานศิลป์...มูลนิธิ

ประมูลงานศิลป์...มูลนิธิ "ป๋าเปรม"Source - เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ (Th)
Monday, February 02, 2009 06:5242378 XTHAI XGEN XETHIC XENT IKEY V%NETNEWS P%WKT
ดุลยปวีณ กรณฑ์แสง
เป็นอีกงานใหญ่ ที่มูลนิธิรัฐบุรุษ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ จัดขึ้นประจำทุกปี สำหรับการเปิดประมูลผลงานศิลปกรรมชั้นเยี่ยมเพื่อหาทุนสนับสนุนการศึกษาด้านศิลปะแก่นิสิตนักศึกษาเรียนดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์โดยกองทุนส่งเสริมการศึกษาการสร้างสรรค์ศิลปะ "มูลนิธิรัฐบุรุษ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์" บรรยากาศการประมูลปีนี้ ยังคงได้รับความสนใจจากทั้งนักธุรกิจ นักสะสมงานศิลปะ ผู้มีจิตศรัทธา รวมทั้งบรรดาผู้ใกล้ชิด "ป๋าเปรม" มาร่วมจับจองเป็นเจ้าของ 25 ผลงานศิลปกรรมที่เข้าร่วมประมูลครั้งนี้ ในจำนวนนี้ เป็นผลงานทรงคุณค่าจากศิลปินแห่งชาติและศิลปินอาวุโสถึง 11 ท่าน อาทิ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ประหยัด พงษ์ดำ, ศาสตราจารย์วิโชค มุกดามณี, ปัญญา วิจินธนสาร, ทวี รัชนีกร, กมล ทัศนาญชลี และเฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ และที่พิเศษในปีนี้ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ประธานในพิธีค่ำคืนนั้น ยังร่วมนำผลงานศิลปกรรมสะสมส่วนตัว มาร่วมประมูลในงานนี้ด้วย 7 ผลงาน หลังจากวรรคทองอันโด่งดัง "เกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน" ของพลเอกเปรม ประธานในพิธี ดังก้องกังวานขึ้นอีกครั้ง พร้อมคำกล่าวสุนทรพจน์สิ้นสุดลง ช่วงของการประมูลก็เริ่มต้นโดยเยาวณี ช่อวิเชียร จากบริษัท คริสตี้ส์ อ็อกชั่น(ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้ดำเนินการประมูล เริ่มต้นชิ้นแรก ที่ผลงานสื่อผสมบนผ้าใบของดร.กมล ทัศนาญชลี ในชื่อ "พระพุทธบาท 2550" เปิดประมูลเริ่มต้นที่ 1 แสนบาท ก่อนจะเคาะราคาที่ 5 แสนบาท โดยนักการเงินหญิงผู้หลงใหลงานศิลปะที่ชื่อ นลินี งามเศรษฐมาศ ซีอีโอบริษัท หลักทรัพย์ไอร่า จำกัด (มหาชน) งานนี้ ยังมีนักสะสมงานศิลปะตัวยง ที่ไม่พลาดมารวมชิงชัยในการประมูล อาทิ ดร.ก้องเกียรติ โอภาสวงการ, กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ที่เห็นมาดนิ่งๆ แต่ขยันยกมือแข่งสู้ราคาตั้งแต่ต้นจนจบงานอีกคนที่มาแบบนิ่งๆ เงียบๆ แถมอยู่หลังห้อง แต่ถ้าถูกใจภาพไหนขอทุ่มสู้ราคาแบบไม่ถอย ต้องยกให้ มาดามหญิงแห่ง "ช.การช่าง" สายเกษม ตรีวิศวเวทย์ ที่เบ็ดเสร็จงานนี้ทำบุญไป 1.8 ล้านบาท ประมูลกลับไป 3 ผลงาน นอกจากนี้ ยังมี ยงศักกดิ์ คณาธนวานิชย์ กรรมการมูลนิธิรัฐบุรุษ ประมูลไป 3 ผลงาน รวมกว่า 2 ล้านบาท ปิดท้ายด้วยภาพสุดท้าย ในชื่อ "จตุรพุทธ: 4 BUDDHAS" ของอาจารย์ปัญญา วิจินธนสาร ที่เป็นชิ้นที่เคาะราคาสูงที่สุดในคืนวันนั้น ในราคา 9.5 แสนบาท โดย "เจ้าของแอร์ซัยโจ เด็นกิ" สมศักดิ์ จิตติพลังศรี รวมทั้งสิ้นจาก 25 ผลงานศิลปกรรมที่ออกประมูลสามารถระดมทุนเป็นเงิน 9.79 ล้านบาท ซึ่งรายได้ทั้งหมดจะนำเข้าสมทบกองทุนส่งเสริมการศึกษาการสร้างสรรค์ศิลปะ "มูลนิธิรัฐบุรุษ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์" ซึ่งปีนี้นับเป็นปีที่ 9 ของการจัดงานแล้ว นอกจากนี้ ในค่ำคืนนั้น "ป๋าเปรม" ยังเป็นประธานมอบทุนการศึกษามูลค่า 1.5 ล้านบาท ซึ่งเป็นทุนแบบให้เปล่า ทุนละ 3 หมื่นบาท ให้แก่ 50 นิสิต นักศึกษาด้านศิลปะจากทั่วประเทศพร้อมมอบโล่เชิดชูเกียรติแก่คณะศิลปินอาวุโสทั้ง 22 ท่าน ที่ร่วมสนับสนุนกิจกรรมของกองทุนฯ มาอย่างต่อเนื่อง ภายในงาน ยังมีผลงานศิลปะจากโครงการ Art Camp มาจัดแสดงเพื่อจำหน่ายแก่ผู้สนใจ จนบริเวณหน้าห้องนภาลัย โรงแรมดุสิตธานี ถูกเนรมิตให้กลายเป็นเหมือนแกลลอรีแสดงผลงานศิลปะย่อมๆ สำหรับผู้สนใจสนับสนุนผลงานศิลปกรรมในโครงการ ร่วมชื่นชมกับความสุนทรีย์ของงานศิลป์พร้อมได้บุญกุศล สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่โทร. 02-241-0088
บรรยายใต้ภาพ สายเกษม ตรีวิศวเวทย์ มาดาม ช.การช่าง ชูป้ายสู้ราคาไม่ถอย พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ พร้อมด้วย พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานมูลนิธิรัฐบุรุษฯ--จบ--
ที่มา: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

Love for our King

"Love for our King"Source - เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ (Th)
Monday, January 19, 2009 10:0938657 XTHAI XGEN XETHIC XENT IKEY V%NETNEWS P%WKT
ดุลยปวีณ กรณฑ์แสง
ขึ้นชื่อเป็นหนึ่งในสโมสรการกุศลรุ่นใหญ่ แหล่งรวมบรรดาสตรีนักธุรกิจ และสาวสังคมใต้ฟ้าเมืองไทยหัวใจเพื่อสังคม...วันก่อน สโมสรซอนต้า ประเทศไทย จัดงานกาลาดินเนอร์การกุศลครั้งใหญ่ ต้อนรับปีฉลู ที่โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ทั้งที ยังคงคับคั่งทั้งแขกวีไอพี และบรรดาซอนเชี่ยน ที่มาร่วมงานกันเหนียวแน่นเหมือนเช่นเคย ในงานการกุศล "Love for our King รวมใจเปล่งประกาย น้อมถวายจงรักภักดี" โดยสโมสรซอนต้า ประเทศไทยคณะผู้จงรักภักดี ร่วมกับ SARCAR Geneva บริษัทนาฬิกาสวิตเซอร์แลนด์ จัดทำนาฬิการุ่นเฉลิมพระเกียรติองค์ราชัน ขึ้นเป็นพิเศษอีกแบบหนึ่งเพื่อนำมาจัดจำหน่าย หารายได้สมทบทุนมูลนิธิชัยพัฒนา ในการนี้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จเป็นองค์ประธาน ทรงประทานเข็มที่ระลึกแก่ผู้สนับสนุนการจัดงาน และประทานนาฬิกาแก่ผู้ที่มีจิตกุศลซื้อนาฬิการุ่นเฉลิมพระเกียรติดังกล่าว และเสวยพระกระยาหารค่ำร่วมกับคณะทำงานและคณะผู้จงรักภักดี อาทิเช่น พรเสก-ลาลีวรรณ กาญจนจารี น.พ.พฤติชัย ดำรงรัตน์ คุณหญิงจินดา จรุงเจริญเวชช์ ขรรค์ ประจวบเหมาะ ณินทิรา โสภณพนิช คุณหญิงโรส บริบาลบุรีภัณฑ์ ฯลฯ การจัดงานครั้งนี้ เป็นปีที่ 3 ติดต่อกันแล้ว โดยแม่งานใหญ่ ลาลีวรรณ กาญจนจารี ในฐานะประธานจัดงานเล่าว่า ครั้งแรกเริ่มจัดตั้งแต่ปี 2549 และมาถึงปีนี้ จัดทำนาฬิกาออกมาจำหน่ายและประมูลรวมกันทั้งหมด 11 รุ่น ราคาตั้งแต่ 2.5 แสน-25 ล้านบาท ความพิเศษ คือ ทุกเรือนจะมีพระปรมาภิไธยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และด้านหลังสลักข้อความที่มีความหมายเพื่อร่วมเฉลิมฉลองวันคล้ายพระราชสมภพ 80 ชันษา และครองราชย์ 60 ปี ไฮไลต์ของงานคืนนั้นยังถูกเนรมิตให้เป็นแคทวอล์คย่อมๆ โดยแฟชั่นโชว์จากนายแบบ นางแบบลูกหลาน และคู่รักคนดังเฉิดฉายออกมาพร้อมนาฬิกาการกุศลรุ่นพิเศษ อาทิเช่น คู่หวานฉ่ำของ เพิ่มศักดิ์ ไกรฤกษ์ อภิชญา ณ ระนอง คู่หวานงานหมั้นระดับช้าง ลูกสาวสหฟาร์ม จารุวรรณ โชติเทวัญ ชลัคร ชีวเกษมสุข คู่ของทิพนันท์-ธาวิน ศรีเฟื่องฟุ้ง วรวุฒิ-นันทมาลี ภิรมย์-ภักดี พร้อมกับเสียงเพลงของบุรินทร์ บุญวิสุทธิ์ ที่วันนี้สลัดลุคเจ้าพ่อกรู๊ฟ ไรเดอร์ส มาในมาดชุดสูททักซิโด้ควงคู่ออกงานมากับภรรยาด้วย ก่อนจะปล่อยเวทีให้กับรุ่นใหญ่อย่างวุฒา ภิรมย์ภักดี ปัญญ์ชลี เพ็ญชาติ ฯลฯ พร้อมด้วยโชว์ชุดพิเศษของคุณหญิงหมัด-ม.ร.ว.มาลินี จักรพันธุ์ และม.ร.ว.เบญจาภา ไกรฤกษ์ ที่มาครวญเพลงขับกล่อมกันเป็นคู่ดูโอ้ ปิดท้ายด้วยการขับร้องบทเพลง "รูปที่มีทุกบ้าน" โดยคณะนักเรียนจากโรงเรียนมีฟ้า และคณะกรรมการของสโมสรซอนต้าประเทศไทย จบงาน แยกย้ายกลับบ้านด้วยความอิ่มใจ และอิ่มบุญ เพราะรายได้ส่วนหนึ่งจากการจัดงานกาลาดินเนอร์การกุศล "Love for our King รวมใจเปล่งประกาย น้อมถวายจงรักภักดี" ครั้งที่ 3 นี้ และจากการจัดจำหน่ายและประมูลนาฬิการุ่นเฉลิมพระเกียรติองค์ราชัน จะนำทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายสมทบทุนมูลนิธิชัยพัฒนาต่อไป
บรรยายใต้ภาพ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ ทอดพระเนตรนาฬิกาเฉลิมพระเกียรติ คุณแม่คนดัง ดาริกา ปุณณกันต์ มากับคู่ซี้ ภัทรา ศิลาอ่อน ณินทิรา-คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช ภูวดี คุณผลิน จารุวรรณ โชติเทวัญ--จบ--
ที่มา: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

อ่อนช้อยทรงพลัง ศิลปะพู่กัน "ท่านทูตจีน"

อ่อนช้อยทรงพลัง ศิลปะพู่กัน "ท่านทูตจีน"Source - เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ (Th)
Thursday, January 15, 2009 06:418905 XTHAI XGEN XETHIC XENT IKEY V%NETNEWS P%WKT
ดุลยปวีณ กรณฑ์แสง
มากด้วยบทบาท ความสามารถ และเป็นท่านทูตที่ครองใจคนไทยหลายคน เพราะไม่ใช่แค่พูดไทยได้คล่องแต่ยังเคยมาประจำอยู่เมืองไทยแล้วถึง 3 ครั้ง ล่าสุด ในใกล้ครบวาระตำแหน่ง 4 ปี ท่านทูต จาง จิ่ว หวน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ทิ้งทวน ด้วยการนำผลงานศิลปะส่วนตัวและบทกวีคำคม ผ่านเส้นสายลายพู่กันจีน กว่า 136 ภาพ มาเปิดแสดงนิทรรศการเป็นครั้งแรก โอกาสนี้ ยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ มาเปิดนิทรรศการ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา นอกจากจะฉายถึงความงดงาม อ่อนช้อยแต่ทรงพลัง ผ่านศิลปะปลายพู่กันที่แฝงไว้ด้วยแง่คิดในกวีแต่ละบท ตวัดพู่กันสร้างสรรค์ผลงานทั้งหมดขึ้นในช่วงที่อยู่เมืองไทย ข้างหลังนิทรรศการนี้ ยังฉายถึงสัมพันธ์ไทย-จีน ที่แนบแน่น เพราะเพียงแค่ในวันแรกของการเปิดจองภาพ คลาคล่ำทั้งเศรษฐีระดับเจ้าสัว นักธุรกิจไทยเชื้อสายจีนรุ่นใหญ่ ตัวแทนสมาคมชาวจีนทั่วเมืองไทยที่พร้อมใจมาร่วมชื่นชมนิทรรศการ และจับจองผลงานกันคับคั่ง อาทิ ชาตรี โสภณพนิช ประธานกรรมการธนาคารกรุงเทพ, ไกรสร จันศิริ นายกสมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศ, สุธี มีนชัยนันท์ ประธานหอการค้าไทย-จีน, วิชิต ลอลือเลิศ นายกสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยประเทศจีน รวมถึง กรวิทย์ สุพุทธิพงศ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท นานมี จำกัด ฯลฯ และที่ทำเอาท่านทูต จาง จิ่ว หวน ต้องยิ้มไม่หุบเพราะต้องยืนโพสต์ท่าร่วมกับแขกเหรื่อในงาน ที่รุมจองคิวขอถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ท่านทูต เล่าว่า ถึงแม้มีเวลาว่างน้อย แต่เพราะความรักในบทกลอน และการเขียนพู่กัน มาตั้งแต่เด็กๆ จึงรู้สึกสุขใจทุกครั้ง ที่ได้จับพู่กันสร้างสรรค์งาน โอกาสนี้ยังเผยถึงความรู้สึก ความผูกพันก่อนจะอำลาเมืองไทยว่า "ผมเคยทำงานที่เมืองไทย 3 ครั้งด้วยกัน ครั้งแรกปี 2518 ต่อมาในปี 2531 และครั้งล่าสุดปี 2547 ช่วงเวลาที่ผ่านมา ผมได้มองเห็นความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีน ที่พัฒนาไปต่อเนื่อง ยิ่งทำให้มั่นใจว่า ความสัมพันธ์นี้ได้หยั่งรากลึกไว้ในหัวใจของคนสองประเทศแล้ว ไม่ว่าจะมีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปภายนอก ก็จะไม่เปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์นี้ได้" ท่านทูต จาง จิ่ว หวน หยอดคำหวานทิ้งท้าย สำหรับนิทรรศการบทกวีและศิลปะพู่กันจีนครั้งนี้ จะจัดแสดงไปจนถึงวันที่ 16 มกราคม นี้ ตั้งแต่เวลา 9.00-17.30 น. ที่อาคารบริษัทนานมี ถนนสาทรเหนือ
บรรยายใต้ภาพ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระอักษรภาจีน ในวันเปิดนิทรรศการ เอคอัครราชทูตจีน พร้อมภริยา ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกับผู้จองภาพในงาน ส่วนหนึ่งของบทกวี คำคม ที่จัดแสดงในงาน--จบ--
ที่มา: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ